ที่ผ่านมาในข้อความที่เผิงฉ่วย นักเทนนิสสาวชื่อดังของจีน โพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียว่าเขาได้บีบบังคับให้เธอยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วยเมื่อสามปีก่อน เผิงฉ่วยยังอ้างว่า ในขณะที่จีนได้รับมอบหมายให้จัดงานแข่งกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว เธอและจางเกาลี่ ซึ่งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ณ เวลานั้น ได้มีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งในลักษณะสมยอมเป็นพัก ๆ จนกระทั่งเขาเลิกรากับเธอ

ข้อความของเธอถูกลบทิ้งหลังจากโพสต์ไปได้ไม่นานและการค้นหาออนไลน์เกี่ยวกับหัวข้อนี้ก็ถูกบล็อกในจีน แต่เมื่อเผิงฉ่วยหายตัวไปจากสายตาประชาชนไปเกือบ 3 สัปดาห์ ก็เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเธอไปทั่วโลก ตามด้วยการติดแท็ก #WhereIsPengShuai

เผิงฉ่วยในวัย 35 ปี ปรากฏตัวหลายครั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงการพูดคุยผ่านระบบวิดีโอคอลกับโธมัส บัค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล แต่ก็ยังไม่สามารถขจัดข้อข้องใจถึงความปลอดภัยของเธอจากเพื่อนนักกีฬาและองค์กรที่เกี่ยวข้องจากทั่วโลก ขณะเดียวกัน จางเกาลี่กลับไม่ได้เป็นจุดสนใจเท่าเผิงฉ่วย เขาเกษียณในปี 2561 และทำตัวเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูงคนอื่น ๆ นั่นคือเก็บตัวเงียบจากสายตาสาธารณชนหลังเกษียณจากงาน ทั้งตัวเขาและรัฐบาลจีนยังไม่เคยแสดงความเห็นใด ๆ โดยตรงต่อข้อกล่าวหาของเผิงฉ่วย ซึ่งยังไม่มีการพิสูจน์ว่าเป็นความจริงหรือไม่

รองศาสตราจารย์ อัลเฟรด วู แห่งสำนักนโยบายสาธารณะลีกวนยิว ประเทศสิงคโปร์กล่าวว่า “การปล่อยให้จางเกาลี่ออกมาพูดจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของประเทศ ซึ่งจีนไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้นก่อนการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว” เขายังเสริมว่า “ต่อให้ทางพรรคตัดสินใจที่จะลงโทษจางเกาลี่ทางวินัยเป็นการภายใน พวกเขาก็จะไม่ประกาศให้รับรู้กันในทันที แต่จะรอจนกว่าพายุผ่านพ้นไปก่อน เพื่อแสดงให้เห็นความเข้มแข็ง”

จางเกาลี่ อดีตรองนายกรัฐมนตรีของจีน ระหว่างพิธีลงนามอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติในปี 2559
ตั้งแต่ปี 2550-2555 เขารับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ รวมถึงโครงการเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 ที่โด่งดังของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง จากนั้นก็รับหน้าที่ดูแลการจัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว ก่อนจะส่งมอบให้หานเจิ้ง รองนายกฯ คนปัจจุบัน

เผิงฉ่วยอ้างว่า จางเกาลี่เลิกติดต่อกับเธอหลังจากรับหน้าที่ดูแลโครงการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว แต่แล้วก็กลับมาติดต่อเธออีกครั้งหลังจากที่เขาเกษียณ เธอยังอ้างว่าคังเจี๋ย ภรรยาของเขาก็ล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ครั้งนี้ แต่สื่อมวลชนก็ไม่มีข้อมูลของคังเจี๋ยมากนัก รู้เพียงว่าเธอกับจางเกาลี่มีลูกชายด้วยกัน 1 คน

นักวิชาการชี้ว่าการเงียบของจางเกาลี่สอดคล้องกับวิธีการรับมือต่อข้อกล่าวหาต่าง ๆ ของเหล่าผู้นำของพรรคคอมมิวนิสต์ในอดีต ซึ่งมีตั้งแต่เรื่องคอร์รัปชั่นไปจนถึงข่าวลือเรื่องการนอกใจคู่สมรส ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงซึ่งให้ความสำคัญต่อแคมเปญกำจัดคอร์รัปชั่นในประเทศตลอดเวลาของการถือครองอำนาจ ได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ในพรรค “ผ่านบททดสอบที่ยากที่สุดให้ได้” ในแง่ของการเมือง อาชีพและคุณธรรม

เฉินเต้าหยินซึ่งปัจจุบันพำนักอยู่ในประเทศชิลี ได้ติดตามกรณีนี้อย่างใกล้ชิด กล่าวว่า “ถ้าเขาปฏิเสธ เขาก็จะกลายเป็นคนที่ไม่น่าเชื่อถือ ตอนนี้ทุกคนในจีนรู้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่เจ้าหน้าที่ทางการของจีนจะใช้อำนาจเพื่อการมีเพศสัมพันธ์ อันเป็นผลลัพธ์จากแคมเปญต่อต้านคอร์รัปชั่นของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง” เฉินกล่าว

โดยปกติแล้ว การกล่าวหาเรื่องเจ้าหน้าที่ทางการประพฤติตนไม่เหมาะสมทางเพศ จะได้รับความสนใจน้อยกว่าการสืบสวนอาชญากรรมทางการเมืองหรือเศรษฐกิจ และการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศตามแคมเปญ #MeToo ในจีนก็ไม่ค่อยมีความก้าวหน้า แต่เพิ่งมาได้รับความสนใจเร็ว ๆ นี้ เพราะกรณีของเผิงฉ่วย และยังไม่เคยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคที่ถูกกล่าวหาเช่นเดียวกับจางเกาลี่มาก่อน

“ถ้าเขายอมรับว่าผิดจริงตามข้อกล่าวหาของเผิงฉ่วย เธอก็จะกลายเป็นสัญลักษณ์ที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีของจีนนำไปเรียกร้องความสนับสนุนได้ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นการท้าทายอำนาจของพรรค”